แชร์

เสียงในหูแบบไหนที่คุณเจอ

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.ค. 2025
319 ผู้เข้าชม
เสียงในหูแบบไหนที่คุณเจอ

                เสียงในหูแบบไหนที่คุณเจอ? รู้จัก "เสียงรบกวนในหู" ที่ไม่ควรมองข้าม เคยไหม? อยู่เงียบ ๆ แล้วเหมือนมีเสียงบางอย่างดังในหู ทั้งที่รอบตัวไม่มีเสียงอะไรเลย อาการนี้เรียกว่า "Tinnitus" หรือ เสียงในหู ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และมีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป


รูปแบบของเสียงในหูที่พบบ่อย

1. เสียงหึ่ง ๆ
คล้ายเสียงเครื่องยนต์เบา ๆ หรือพัดลมหมุนตลอดเวลา รบกวนความเงียบ ทำให้นอนไม่หลับหรือรู้สึกอึดอัด



2. เสียงวี๊ด ๆ ความถี่สูง
ลักษณะเหมือนเสียงไมโครเวฟ หรือเสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์รั่ว บางครั้งอาจดังขึ้นเมื่ออยู่ในที่เงียบสนิท

3. เสียงจี่ ๆ
คล้ายเสียงไฟฟ้าช็อตเบา ๆ หรือเสียงน้ำมันเดือด เป็นลักษณะที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับประสาทหูเสื่อม


4. เสียงตุ๊บ ๆ ตามจังหวะหัวใจ
เรียกว่า Pulsatile Tinnitus เป็นเสียงที่สอดคล้องกับชีพจร บางครั้งเกี่ยวข้องกับปัญหาหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดผิดปกติ


5. เสียงคลิก หรือดีดเบา ๆ
บางคนได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรเคาะหรือกระตุกในหู สาเหตุอาจมาจากกล้ามเนื้อเล็ก ๆ รอบหูที่กระตุกผิดปกติ

 

เสียงในหูบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ?

- หากเสียงเกิดขึ้น ชั่วคราว เช่น หลังจากไปงานคอนเสิร์ต อาจเป็นการระคายเคืองหูชั่วคราว
- แต่ถ้าเสียงในหูเกิดขึ้น นานเกิน 2-3 วัน หรือ มีความถี่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับ
  • ความเสื่อมของประสาทหู
  • ความดันโลหิตสูง
  • ความผิดปกติของขากรรไกร (TMJ)
  • ภาวะเครียด วิตกกังวล
  • เนื้องอกที่ประสาทหู (เช่น Acoustic Neuroma - แม้จะพบได้น้อย)

 

สาเหตุของเสียงในหู

แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่เสียงในหูสามารถมีต้นตอมาจากหลายระบบในร่างกาย โดยสามารถแบ่งสาเหตุได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ปัญหาเกี่ยวกับหูโดยตรง

  • หูชั้นกลางหรือหูชั้นในอักเสบ
  • ขี้หูอุดตัน
  • หูเสื่อมตามอายุ (Presbycusis)
  • หูได้รับเสียงดังมากเกินไป เช่น การฟังเพลงผ่านหูฟังเสียงดัง
2. ความผิดปกติของระบบประสาท
  • เส้นประสาทหูเสื่อม หรืออักเสบ
  • เนื้องอกประสาทหู (เช่น Acoustic Neuroma)
3. ปัญหาทางระบบไหลเวียนโลหิต
  • ความดันโลหิตสูง
  • หลอดเลือดตีบ หรือโป่งพอง
4. ปัจจัยทางจิตใจ
  • ความเครียดสะสม
  • วิตกกังวล หรือซึมเศร้า
  • นอนไม่หลับเรื้อรัง
5. ความผิดปกติของขากรรไกร (TMJ)
การบดเคี้ยวผิดปกติ หรือมีปัญหาที่ข้อขากรรไกรสามารถกระทบต่อระบบการได้ยินกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเสียงในหูสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติ ได้แก่
  • ผู้สูงอายุที่ประสาทหูเสื่อมตามวัย
  • ผู้ที่ทำงานในที่มีเสียงดัง เช่น โรงงาน ดนตรี ทหาร
  • ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บทางศีรษะ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท
  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงต่อหู เช่น aspirin, ยาปฏิชีวนะกลุ่ม aminoglycosides
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน

 

เสียงในหูอันตรายหรือไม่?

เสียงในหูในบางกรณีอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เช่น หลังจากไปงานคอนเสิร์ต หรือเจอเสียงระเบิดเสียงดังมาก ๆ แต่หากเสียงนั้นคงอยู่นานหลายวัน หรือรบกวนการดำเนินชีวิต เช่น การนอน การทำงาน การสื่อสาร ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ

อาการเสียงในหูบางชนิด โดยเฉพาะแบบที่สอดคล้องกับจังหวะหัวใจ หรือมีร่วมกับอาการเวียนหัว หูอื้อ หรือสูญเสียการได้ยิน อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ร้ายแรงกว่าที่คิด เช่น เนื้องอกในสมองขนาดเล็ก หลอดเลือดผิดปกติ หรือโรคประสาทเสื่อม

ผลกระทบระยะยาวของเสียงในหูที่ไม่ได้รับการดูแล
แม้เสียงในหู (Tinnitus) จะไม่ใช่ภาวะอันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่หาสาเหตุหรือรับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิต ดังนี้

1. คุณภาพชีวิตลดลง

เสียงรบกวนในหูที่เกิดตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ควรจะเงียบ เช่น ขณะพักผ่อน ทำสมาธิ หรือทำงาน อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว หงุดหงิด
และรู้สึกหมดพลังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การพูดคุย หรือการเข้าสังคมมีประสิทธิภาพลดลง


2. การนอนไม่หลับเรื้อรัง

เสียงในหูเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีปัญหานอนไม่หลับ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวเงียบสงบ เสียงที่เคยเบาอาจยิ่งชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือนอนหลับไม่ลึก ซึ่งเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ จะกลายเป็นอาการเรื้อรัง กระทบต่อทั้งสุขภาพกายและจิต

 

3. เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล

การมีเสียงในหูที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเอง อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่เข้าใจตัวเอง หรือคิดว่าตนเองมีปัญหาทางจิตใจได้ เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้าอาจเกิดความเครียดสะสม และนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ซึ่งทำให้อาการเสียงในหูยิ่งแย่ลง เป็นวงจรที่ยากจะหลุดพ้น


4. สมาธิลดลงในการทำงานหรือเรียน

เสียงรบกวนแม้จะเล็กน้อยแต่เกิดขึ้นตลอดเวลา สามารถลดความสามารถในการจดจ่อ ทำให้สมาธิสั้นลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความคิด การวิเคราะห์ หรือการประชุมกับผู้อื่น และยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยง่าย เบื่องาน หรือไม่อยากเข้าสังคม

ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นแบบเป็นวงจร

  • เสียงในหู รบกวนการนอน
  • นอนไม่พอ ทำให้อารมณ์แปรปรวน
  • อารมณ์แย่ เสี่ยงโรคซึมเศร้า
  • ซึมเศร้า/เครียด อาการเสียงในหูยิ่งรุนแรง
  • อาการหนักขึ้น คุณภาพชีวิตลดลง

 

แนวทางการดูแลและบรรเทาอาการ
หากคุณกำลังประสบกับเสียงในหู สิ่งสำคัญอันดับแรกคือไม่ควรตกใจ แต่ควรเริ่มจากการดูแลตัวเอง และหากไม่ดีขึ้น ควรปรึกษา
แพทย์เฉพาะทาง ดังนี้

สิ่งที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง
  • หลีกเลี่ยงเสียงดังจัด เช่น หูฟังเสียงสูง หรืออยู่ใกล้ลำโพง
  • นอนหลับให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ
  • ลดการดื่มคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
  • ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรือหายใจลึก
  • ฟังเสียงธรรมชาติหรือ white noise ในห้องนอน เพื่อลดความรำคาญ

 

การรักษาทางการแพทย์
  • การใช้ยา (หากเสียงรบกวนมาจากการอักเสบหรือเส้นประสาท)
  • การทำกายภาพบำบัดขากรรไกร (ในกรณีที่สาเหตุมาจาก TMJ)
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยฟังที่มีระบบ mask เสียง
  • การทำ Tinnitus Retraining Therapy (TRT) ซึ่งเป็นวิธีฝึกสมองให้คุ้นชินกับเสียง
อย่าปล่อยให้เสียงเงียบ ทำลายสุขภาพคุณ เสียงในหูอาจดูเหมือนไม่ร้ายแรงในตอนแรก แต่หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตโดยรวมของคุณได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือคนทำงานที่มีภาวะเครียดสะสม หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเสียงในหูบ่อยๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อหาสาเหตุ และวางแผนการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

 

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
耳聋左慈丸 (Er Long Zuo Ci Wan) ตำรับสมุนไพรจีนบำรุงสุขภาพหู
สุขภาพหูส่งผลต่อการได้ยิน และการทรงตัว
ปัจจัยเสี่ยงอาการประสาทหูเสื่อม
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy